เปิดจินตนาการคือการเปิดโลกกว้างให้กับลูกรักหากมีคำถามว่า “เราจะหาจินตนาการได้จากไหน” คำตอบนั้นก็คือ “เราสามารถหาจินตนาการจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เราไม่มองข้ามไป” เพราะจินตนาการ (Imagination) หมายถึง การคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือคิดในสิ่งที่แปลกไปจากสิ่งเดิมๆที่เป็นอยู่ ซึ่งหลายคนมักคิดว่าใครก็ตามที่ชอบจินตนาการนั้นเป็นคนเพ้อเจ้อ ไร้สาระ แต่ทราบหรือไม่ว่าจินตนาการไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันแต่จินตนาการสร้างให้คนเป็น คนที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้ และหากไม่มีคนที่ชอบจินตนาการแล้วสังคมเราอาจไม่เป็นอย่างทุกวันนี้ที่มีคน คิดประดิษฐ์เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้เราได้ใช้ เช่น ประดิษฐ์หลอดไฟแทนการจุดตะเกียง ประดิษฐ์เครื่องซักผ้าแทนการซักผ้าด้วยมือ ประดิษฐ์เครื่องปรับอากาศแทนการใช้พัด หรือมีคนคิดค้นเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆไว้รักษาคนป่วยให้หายจากโรคได้ง่าย ขึ้น เช่น ประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่ใช้ในการผ่าตัด หรือมีคนคิดอุปกรณ์การสื่อสารที่ทำให้คนเราแม้อยู่นอกโลกก็ยังติดต่อกันได้ ดังนั้น จินตนาการจึงก่อให้เกิดความคิดแปลกใหม่ เกิดการสร้างสรรค์ให้เกิดผลงานใหม่ ซึ่งถ้าขาดจินตนาการแล้วการคิดค้นสิ่งใหม่ๆที่มีคุณค่ากับโลกก็คงจะไม่เกิด ขึ้น
       
       จากที่กล่าว มาว่าจินตนาการนอกจากจะสามารถหาได้จากทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว จินตนาการยังมีอยู่ในตัวของคนทุกคน แต่ทั้งนี้จะสามารถพัฒนาได้ดีตั้งแต่เด็กช่วงอายุ3-4ขวบ โดยวิธีง่ายๆที่คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมและพัฒนาให้ลูกมีจินตนาการที่ดี ได้นั้น มีดังนี้
       
       1. การอบรมเลี้ยงดู การ ที่คุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมให้ลูกเป็นคนกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในทางที่ถูกที่ควร ถือเป็นการช่วยส่งเสริมให้ลูกเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เช่น ให้ลูกช่วยออกแบบจัดสวนในบ้าน ช่วยตกแต่งบ้านหรือช่วยจัดโต๊ะอาหาร นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรเลี้ยงลูกแบบประชาธิปไตย คือให้ลูกมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเรื่องต่างๆภายในบ้าน ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะช่วยพัฒนาความเป็นตัวของตัวเองของลูกซึ่งถือเป็นองค์ ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งในการฝึกให้ลูกได้คิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
       
       2. ฝึกให้ลูกเป็นคนช่างสังเกตและช่างสำรวจ โดยการให้ลูกได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่างเต็มที่ ทั้งตา หู จมูก ลิ้น สัมผัส โดยฝึกกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ รอบตัวเขา เช่น เวลาพาลูกไปตลาด คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับลูกถึงสิ่งที่ได้พบเห็น เช่น “หนูเห็นผักอะไรบ้างจ๊ะ” “ผลไม้อะไรที่มีลูกกลมๆบ้างคะ” “ส้มที่ลูกกินวันนี้มีรสชาติอย่างไร” นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ซักถามถึงสิ่งต่างๆที่เขาสงสัย ใคร่รู้ด้วย เช่น ลูกอาจสงสัยว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวมีกี่ประเภทเพราะเขาเห็นว่ามีเยอะแยะมากมายที่ วางขายอยู่ในตลาด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่ต้องตอบคำถามลูกตรงๆแต่ให้ใช้วิธีการถามกลับให้ลูก ได้ใช้ความคิด เช่น หนูเคยกินเส้นก๋วยเตี๋ยวประเภทไหนบ้าง ลูกก็อาจตอบว่าเคยกินเส้นใหญ่ เส้นเล็ก คุณแม่ก็ช่วยตอบว่าเคยกินเส้นหมี่ คุณพ่อตอบว่าเคยกินเส้นบะหมี่ และอาจทิ้งคำถามให้ลูกคิดว่าถ้าลูกทำเส้นก๋วยเตี๋ยวเองได้ลูกจะทำเป็นเส้น แบบไหน มีลักษณะอย่างไร ก็จะทำให้ลูกได้ฝึกใช้จินตนาการได้เป็นอย่างดี
       
       นอกจากนี้เมื่อกลับบ้านคุณพ่อคุณแม่ยังสามารถต่อยอดพัฒนาความคิด สร้างสรรค์ของลูกได้อีกด้วยการให้ลูกได้วาดภาพหรือเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ไปพบเจอมาในวันนี้ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้เขียนเชื่อว่าจะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของลูกได้ดีมาก เลยทีเดียว
       
       3. ให้ลูกทำงานศิลปะ การให้ลูกได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นการวาด การระบายสี ตัด ปั้น ปะ แปะ เป็นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการให้กับลูกโดยตรง เพราะการทำงานศิลปะประดิษฐ์ทุกประเภทนั้น ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการเป็นหลักในการประดิษฐ์คิดค้นรูปแบบ ทางศิลปะต่างๆให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างหรือเป็นผลงานขึ้นมา
       
       ผู้เขียนมีแบบทดสอบง่ายๆมาให้ผู้อ่านลองทำสนุกๆแบบไม่เครียดเพื่อวัดว่า เราเป็นคนมีจินตนาการมากน้อยเพียงไร

 

       คะแนนรวมทั้งหมด 100 คะแนน หากคุณตอบว่าใช่จะได้คะแนนข้อละ 10 คะแนน
       
       ถ้าได้ต่ำกว่า 50 คะแนน = คุณเป็นคนชอบอยู่ในระเบียบแบบแผนและมีจินตนาการน้อยมาก
       
       ถ้าได้ 50-70 คะแนน = คุณพอมีจินตนาการอยู่บ้าง คุณควรหาโอกาสพักผ่อนท่องเที่ยวมากขึ้นเพื่อเสริมสร้างจินตนาการให้กับตนเอง
       
       ถ้าได้ 80-90 คะแนน = ถือว่าคุณมีจินตนาการดีทีเดียว ซึ่งมันจะทำให้ชีวิตคุณมีความกระตือรือร้นที่จะค้นหาสิ่งแปลกๆใหม่ๆเพื่อ เพิ่มสีสันให้กับชีวิตของคุณ แต่อย่างไรก็ตาม คุณยังสามารถเสริมสร้างจินตนาการของตนเองให้เพิ่มมากขึ้นได้อีก
       
       ถ้าได้ 100 คะแนน = ยอดเยี่ยมไปเลยเพราะคุณเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ ขอเป็นกำลังใจให้คุณใช้จินตนาการที่มีอยู่เป็นบันไดมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จ ในชีวิตให้จงได้
       
       สุดท้ายนี้ผู้เขียนอยากจะย้ำว่า “การเปิดจินตนาการคือการเปิดโลกกว้างให้ชีวิต” โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่แล้ว หากอยากให้ลูกเรียนรู้ได้มากขึ้น ควรส่งเสริมให้ลูกได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการมากๆรับรองว่าทุกสิ่ง ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวลูกจะเป็นประโยชน์แก่การเรียนรู้ในชีวิตของเขาได้ทั้ง สิ้นแน่นอน

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์