ความรักชนะทุกสิ่ง/ดร.แพง ชินพงศ์เมื่อสมัยที่ ผู้เขียนยังเป็นวัยรุ่นได้มีโอกาสไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ที่นั่นผู้เขียนได้พบกับเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 4 - 5 ขวบคนหนึ่งซึ่งมีหน้าตาบิดเบี้ยวผิดรูป และมีปานดำอันใหญ่อยู่บนใบหน้านั้น จึงทำให้หน้าตาดูน่ากลัวมาก ผู้ที่ไปเยี่ยมเด็ก ๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเข้าไปกอด ไปอุ้ม และไปเล่นกับเด็ก ๆ ที่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่ไม่มีใครเลยสักคนที่เข้าไปเล่น หรือพูดคุยกับเด็กผู้หญิงคนนี้
       
       ผู้ เขียนยังจำภาพที่เด็กคนนี้ยืนอยู่ที่มุมห้อง แอบจ้องมองคนอื่นยิ้ม หัวเราะ เล่นสนุกสนานกัน ด้วยสีหน้าและแววตาที่แห้งแล้งและโหยหาความรักได้อย่างติดตาไม่เคยลืม และยังรู้สึกผิดต่อตัวเองทุกครั้งที่นึกถึงว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผู้เขียนจะเข้าไปกอดและพูดคุยกับเด็กคนนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่น่าสงสารมากที่สุด เพราะแค่เขาถูกทอดทิ้งต้องมาอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็แย่มากพออยู่แล้ว หนำซ้ำยังถูกตอกย้ำให้รู้สึกว่าเป็นคนที่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครต้องการและไม่มีใครรักเขาเลย
       
       “ความรัก” เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนเราทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็แล้วแต่ คนเราก็ยังต้องการความรักอยู่เสมอเพื่อเป็นน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงชีวิตจิตใจของ เราให้รู้สึกมีความสุข มีคุณค่าและมีความหมาย “ความรักที่แท้จริง” นั้น เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน เป็นการเสียสละโดยไม่มีข้อแม้อีกทั้งเป็นการมุ่งหวังให้คนที่เรารักได้รับ แต่สิ่งที่ดีและมีประโยชน์มากที่สุดโดยไม่หวังสิ่งใด ๆ เป็นการตอบแทน ซึ่งความรักที่แท้จริงนี้สามารถหาได้ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเราเลยเพราะนั่นคือ ความรักที่พ่อแม่ทุกคนมีต่อลูกนั่นเอง
       
       ความ รักของพ่อแม่ นอกจากจะทำให้ลูกดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข เป็นสิ่งหล่อหลอมให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนดี มีคุณธรรมและเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันลูกจากปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ แล้ว ยังช่วยส่งผลต่อพัฒนาการการเรียนรู้ที่ดีของลูกด้วย โดยมีผลงานวิจัยที่ได้ศึกษาถึงพลังแห่งความรักซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ของ เด็ก ดังนี้
       
       Fas (1996) ได้วิจัยศึกษาเด็กทารกในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจำนวน 1,000 คน ซึ่งไม่มีการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น อีกทั้งไม่เคยได้รับการกอดและสัมผัสจากผู้ใหญ่เลย พบว่าเด็กเหล่านี้มีพัฒนาการล่าช้ามากกว่าเด็กทั่วไปในวัยเดียวกันที่ได้รับ การเอาใจใส่จากผู้ใหญ่ อีกทั้งยังมีสมองเล็กกว่าเกณฑ์ปกติถึง 30%
       
       Khalsa (1997) ได้ศึกษาว่าเด็กทุกคนในโลกนี้เกิดมามีรูปแบบของสมองที่เหมือนกัน แต่การเลี้ยงดูที่แตกต่างกันนั้นมีผลที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านสติปัญญา และอารมณ์ที่ต่างกัน โดยพบว่าเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักและอบอุ่น จะเป็นคนที่มีความฉลาดทางด้านสติปัญญาและอารมณ์มากกว่าเด็กที่ได้รับการ เลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลยและถูกทอดทิ้ง
       
       ในฐานะของคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว ย่อมอยากเห็นลูกสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างดีมีความสุขและเป็นเด็ก ที่มีพัฒนาการพร้อมในทุกด้าน ซึ่งสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ลูกเป็นเช่นนั้นได้ ต้องเกิดจากการที่พ่อแม่มอบความรักให้กับลูกอย่างเพียงพอ โดยวิธีสร้างรักให้กับลูกสามารถทำได้ด้วยเทคนิควิธีง่าย ๆ ดังนี้
       
       สร้างรักให้แก่ลูกรักด้วย 3 ส.

 

       1. สุขสันต์วันครอบครัว
       
       คุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาให้กับลูกเสมอในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของครอบครัวร่วมกัน เพราะการที่ครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกันจะเป็นการสร้างความรักความอบอุ่นให้ กับหัวใจของลูกได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง โดยอาจจัดให้วันใดวันหนึ่งเป็นวันของครอบครัวที่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน ช่วยกันทำอาหาร ช่วยกันปลูกดอกไม้หรือได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์ต่างๆด้วยกัน เช่น คุณพ่อคุณแม่เล่าให้ลูกฟังถึงหน้าที่การงาน ซึ่งจะทำให้ลูกได้รู้สึกว่าตนมีส่วนร่วมในชีวิตของคุณพ่อคุณแม่ ได้รู้ว่าที่พ่อแม่ต้องทำงานก็เพื่อให้มีเงินมาเลี้ยงลูก หรือคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกเล่าถึงกิจกรรมที่โรงเรียน เล่าเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนหรือคุณครู เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้รู้ถึงความคิดเห็นของลูก และได้รู้การใช้ชีวิตของลูกว่าบางเวลาที่ลูกต้องแยกห่างจากพ่อแม่ เช่น เวลาอยู่ที่โรงเรียนหรือเวลาที่ลูกต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นลูกเป็นอย่างไร ซึ่งหากลูกมีปัญหาอย่างไรจะได้ช่วยแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที อย่าง ในเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกรณีเด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 4 - 6 จำนวนกว่า 50 คน กินยาแก้ไอชนิดเม็ดแล้วเกิดอาการป่วยหน้ามืด อาเจียน และหมดสติต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล ก็เกิดจากการที่เด็กนักเรียนบางคนได้ไปเล่นเกมในร้านเกมถูกหลอกให้ซื้อยาดัง กล่าวไปกิน ซึ่งยานี้เป็นยาอันตรายมีผลต่อระบบประสาท ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ดังนั้นเมื่อกินแล้วเด็กจะรู้สึกร่าเริงและมีความกล้าว่าครูตีก็ไม่เจ็บ จึงได้นำไปขายต่อให้เพื่อน ๆ ในโรงเรียนอีกหลายคนจึงเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น
       

       แต่ มีผู้ปกครองท่านหนึ่งที่ได้พูดคุยกับลูกเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียน ลูกจึงได้เล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนเอายาแก้ไอมาขายซึ่งกินแล้วครูตีจะไม่เจ็บ ผู้ปกครองท่านนี้จึงสั่งห้ามไม่ให้ลูกกินยานี้ นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการได้ใช้เวลากับลูก หมั่นดูแล ใส่ใจ พูดคุย ซักถาม ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ลูกเราต้องตกอยู่ในอันตรายที่มีมากมายในสังคมปัจจุบัน นี้ได้
       
       2. แสดงออกให้รู้ว่ารัก
       
       สังคมไทยมักจะสอนกันว่าเลี้ยงลูกอย่าเล่นกับลูกมากนัก เพราะเดี๋ยวเด็กจะลามปามไม่เชื่อฟัง แต่จริง ๆ แล้วการเก็บงำความรักที่ไม่แสดงออกให้ลูกรู้ว่าเรารักเขามากแค่ไหน จะทำให้เด็กเกิดความลังเลไม่แน่ใจในความรักที่พ่อแม่มีต่อเขา ซึ่งจะทำให้เกิดระยะห่างในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกได้ และนอกจากนี้ยังจะส่งผลให้ลูกเป็นคนมีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ อื่นด้วย ดังนั้นพ่อแม่ควรแสดงให้ลูกรู้ว่าเรารักเขาและพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา เสมอในทุก ๆ สถานการณ์ของชีวิต เพื่อที่เขาจะเป็นคนที่มีความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเองและจะทำให้เขา เรียนรู้ที่จะรักคนอื่นต่อไปด้วย
       
       3. สัมผัสรัก
       
       การสัมผัสเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสทางกายหรือทางใจสามารถแสดงออกซึ่งความรักได้ทั้งสิ้น เด็กๆจะมีความสุขมากที่สุดถ้าคุณพ่อคุณแม่กอดเขา หอมเขาหรือเอามือลูบหัวเขา หรือพูดคุย แสดงการเอาใจใส่เขาอยู่เสมอ เพราะนั่นเป็นการแสดงให้รู้ถึงการมีตัวตนของเขา เป็นการแสดงให้รู้ว่าเขาเป็นคนที่มีค่าและเป็นที่รักของพ่อแม่ ซึ่งการสัมผัสรักจะทำให้ลูกเป็นคนที่มีสุขภาพจิตดี มีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างมากเลยทีเดียว
       
       จะ เห็นได้ว่า ความรักคือพื้นฐานของสิ่งที่ดีงามในทุกๆสิ่ง ยิ่งสำหรับเด็ก ๆ แล้ว หากขาดความรัก เขาจะเป็นคนที่ขาดความสุข ซึ่งจะเกิดผลเสียอย่างมากมายต่อการดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติสุขได้ เพราะเด็กที่ขาดความรักมักเป็นคนที่หวาดระแวง ต่อต้านสังคม จึงทำให้อยู่ในสังคมอย่างลำบาก อีกทั้งยังส่งผลให้การพัฒนาความสามารถทางด้านต่างๆทั้งทางสติปัญญา สังคม อารมณ์และจิตใจล่าช้ากว่าเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน แต่ในทางตรงกันข้าม หากเด็กได้รับการเลี้ยงดูท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่นของครอบครัวแล้ว เขาก็จะเป็นคนมีความสุขในตัวเอง อารมณ์ดี มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและมีทัศนคติที่ดีต่อชีวิต มีหัวใจที่แข็งแกร่งและกล้าที่จะเผชิญกับปัญหาต่างๆที่จะผ่านมาในชีวิตได้ อย่างไม่ย่อท้อ เพราะความรักสามารถชนะทุกสิ่งได้นั่นเอง

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์